IPB

ยินดีต้อนรับ ทุกๆท่าน ( เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน )

 
Reply to this topicStart new topicStart Poll

Outline · [ Standard ] · Linear+

> เมื่อหลวงพ่อฤาษีฯลาพุทธภูมิ

เต้อ
post Feb 8 2008, 12:06 PM
ความคิดเห็นที่: #1


Advanced Member
***

กลุ่มใช้งาน: Poster
โพสต์: 2,149
เข้าร่วม: 18-April 06
สมาชิกหมายเลข: 22




ในสมัยที่มาอยู่ชัยนาท พระเดชพระคุณหลวงพ่อยังมุ่งหน้าปรารถนาพุทธภูมิ ทำทุกอย่างเพื่อความบรรลุมรรคผลเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตกาล กำลังใจมุ่งมั่นประกอบความดีหลายประการ ทุกอย่างที่คิดว่าดีตามที่ครูบาอาจารย์สอน คำว่าครูบาอาจารย์ตอนนี้ก็หมายความว่า ตั้งแต่พระพุทธเจ้าลงมา ตามพระธรรมวินัย คือ ตามตำรับตำราบ้าง ตามคำสอนของครูบาอาจารย์บ้าง ตามปฏิปทาที่ครูบาอาจารย์สั่งสอนบ้าง ทำทุกอย่าง เสียสละทุกอย่าง ตนเองไม่มีจะกินไม่มีใช้ไม่เป็นไร ขอให้บรรดาภิกษุสามเณรที่อยู่ด้วยกันมีความสุข ชาวบ้านมีความสุข ที่อยู่ที่อาศัยของตนปล่อยรกเหมือนรังกา แต่ที่อยู่อาศัยของคนอื่นสั่งสร้าง สั่งทำความสะอาด สร้างความมั่นคงให้เกิดขึ้นทั้งภายในวัดของตนเองแล้วก็ภายนอก

แต่ทว่าท่านไปสร้างความดีที่ไหนก็ถูกเขาด่าที่นั่นเป็นเรื่องปกติ สร้างโบสถ์วิหาร สร้างศาลาการเปรียญให้เขา สร้างที่อยู่อาศัยให้เขา สร้างความสุขความเจริญทั้งฝ่ายโลกและฝ่ายธรรม อะไรที่ไหนที่เป็นส่วนสาธารณประโยชน์ ความสุขของท่านเองไม่เคยคิด คิดอย่างเดียวว่าจะมุ่งมั่นเพื่อพระโพธิญาณ มีความต้องการอย่างเดียวที่จะสร้างสรรค์บุคคลอื่นให้มีความสุข ความลำบากแค่นี้ไม่มีความหมาย ต่อไปจะทำให้ยิ่งๆขึ้นไปเพื่อพระโพธิญาณ

หลวงพ่อโดนทั้งฆราวาสทั้งพระ พระทั้งที่มีความรู้ในด้านปริยัติ บางท่านก็มีศักดิ์ศรีสูง มียศมีตำแหน่งสูง ต่างคนต่างก็รวมกันกินโต๊ะท่าน หาทางประณามกลั่นแกล้งด้วยประการทั้งปวง จนกระทั่งตัวท่านเองเคยเล่าให้ฟังว่า เคยคิดว่าคนพวกนี้น่าจะเก็บเอาลงไปไว้ใต้ดินดีกว่า แต่เข้ามาดูตัวเห็นว่าห่มผ้าเหลือง คลำดูหัวเป็นว่าผมสั้น คลำดูคิ้วๆไม่มี ก็มาตัดสินใจว่า เมื่อเขาเลวเราจงอย่าเลวตอบ ท่านก็นั่งนึกถึงความดีของ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าทรงดีแสนดี คนจะดีเกินพระพุทธเจ้านั้นไม่มี

ท่านคิดว่าองค์สมเด็จพระภควันต์ถูกทำมาแบบนี้ องค์สมเด็จพระชินสีห์ก็ไม่ทรงท้อถอย กลับมุ่งมั่นสงเคราะห์บุคคลทั้งหลาย ให้มีความเข้าใจในเรื่องของความสุขและความทุกข์ แล้วเรานี่ถูกประทุษร้ายด้วยวาจา ด้วยการกลั่นแกล้งจากบรรดาเพื่อนภิกษุสามเณร และฆราวาสที่เราสร้างสถานที่ให้อยู่อาศัย ให้ปัจจัยเป็นเครื่องบริโภคมีความสุข ที่เราถูกนี้ไม่ถึงพระพุทธเจ้า ขนาดพระนางมาคันทิยาจ้างคนติดตามด่า จะไปเทศน์ที่ไหนก็ยืนด่าที่นั่น บิณฑบาที่ไหนก็ยืนด่าที่นั้น ทำอย่างนี้องค์สมเด็จพระภควันต์ก็ยังไม่ท้อถอย ทำไมเราจึงจะไปคิดทำลายล้างบุคคลประเภทนั้น ท่านคิดต่อไปว่าคนชั่วไม่มีที่ไหน ที่นั้นก็หาคนอยู่ไม่ได้ เพราะต่างคนต่างมีความสุขเสียแล้ว ขึ้นชื่อว่าความสุขในปัจจุบันเป็นเครื่องพอ ก็ไม่แสวงหาความสุขยิ่งไปกว่านี้ จึงมาตัดสินใจว่า คนชั่วเหล่านี้เป็นครูของเรา เมื่อตัดสินใจแบบนี้แล้วก็วางภาระไม่สนใจกับคำด่า ไม่สนใจกับคำสรรเสริญ พยายามมุ่งมั่นทำความดีต่อไป

แต่ต่อมาหลังจากนั้นแล้วก็มีความเบื่อหน่ายจริงๆ คิดว่าชีวิตเดียวกับเราเท่านี้ โลกยังสร้างความทุกข์ให้เราถึงขนาดนี้ ถ้าหากเราปรารถนาพระโพธิญาณต่อไป ก็จะต้องเกิดอีกกี่แสนกัปก็ไม่รู้ แต่ละกัปอาจจะเกิดหลายครั้ง แต่ละคราวก็จะเกิดเรื่องราวแบบนี้นี่ท่าทางไม่ดี พระอุปัชฌาย์บอกแล้วว่า หลังจากบวชไปแล้วยี่สิบปีไป ความปรารถนาทุกอย่างที่เธอตั้งไว้จะสำเร็จผล ฉะนั้น จงคิดว่าการที่จะทำตนให้ถึงพระโพธิญาณต่อไปไม่เป็นเรื่อง ขอลาพระโพธิญาณ เมื่อจุดธูปจุดเทียนบูชาพระรัตนตรัยลาพระโพธิญาณ ในขณะนั้นเองก็ปรากฏว่ามีพระลอยมาฝนอากาศ มีฉัพพรรณรังสีทุกประการพวยพุ่งออก เข้ามายืนใกล้ก็ทราบว่าพระองค์นั้นเป็นใคร พระองค์แย้มพระโอษฐ์แล้วตรัสว่า สัมพเกสี เธอปรารถนาพระโพธิญาณมามีบารมีเต็มเกือบบริบูรณ์แล้ว ถ้าเธอจะลา ทำไมไม่ลาเสียตั้งแต่เมื่อหลายร้อยชาติมาแล้ว เพราะอารมณ์สาวกภูมิของเธอเต็มมานานแล้ว เวลานี้เลยเข้ามาแล้ว จนจะบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ ชาติที่พึงจะเกิดต่อไปเพียงเจ็ดชาติเท่านั้น ทนไม่ได้หรือ ขอให้ทนต่อไป

พอฟังคำเท่านั้นก็ใจอ่อน ปรารถนาพระโพธิญาณต่อไป มุ่งมั่นปฏิบัติต่อไปตามจริยาของพระโพธิสัตว์มาอีกหนึ่งปี มันไม่ไหวอีก บรรดาพระบรรดาฆราวาสรุกรานเต็มที่ เอ้าลาใหม่ ท่านก็ตรัสอย่างนั้น ตั้งต้นกันใหม่ ว่าไปอีก ต่อมาในครั้งหลังสุดที่ไม่ต้องการพระโพธิญาณ นั่นก็คืองานคณะสงฆ์ เกิดขึ้นในจังหวัดชัยนาทที่เป็นความร้ายแรงที่สุด เพราะว่าพระที่ทรงศักดิ์เขตนั้นรุกรานพระผู้น้อย เข้าปล้นทรพย์สินของวัดต่างๆ โดยใช้อำนาจของตนที่มีอยู่ ยึดทรัพย์สินต่างๆ ของวัดต่างๆ ถ้าเจ้าอาวาสวัดไหนฝ่าฝืนก็สั่งถอดเสียบ้าง สั่งพักบ้าง จับสึกบ้าง โดยที่เจ้าตัวไม่เต็มใจจะสึก เมื่อโดนเข้าแบบนี้ก็เห็นว่า โอหนอ ทำไมพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาจึงมีวิชาเลวอย่างนี้ หน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติอยู่ในงานนั้นเป็นหน้าที่โดยตรง จึงหาทางสืบสวนว่า พระที่ทำตัวเป็นโจรท่านนี้ ท่านเอาอำนาจมาจากไหนรุกรานเขา ยึดทรัพย์สมบัติของวัดทั้งหมดอันเป็นของสงฆ์ เอามาเป็นสมบัติส่วนตัว ซื้อขายจ่ายแจก ทำแบบฆราวาส ขุดกรุบ้าง ทำลายพระพุทธรูปเสียบ้าง ทำทุกอย่างที่มันจะพึงได้เป็นประโยชน์ แต่เขาไม่มีโทษ ถูกฟ้องร้องเข้าไปเมื่อไร ก็ปรากฏว่าท่านผู้นี้ได้รับเลื่อนยศเมื่อนั้น สืบไปสืบมาพบต้นตอใหญ่ มีตำแหน่งใหญ่ในการบริหารคณะสงฆ์ พอทราบกิจนี้จิตก็ตกลง กำลังใจตก คิดว่าปรารถนาพระโพธิญาณต่อไปไม่ได้แล้ว องค์สมเด็จพระประทีปแก้วทรงยับยั้งนั่นเป็นความดี แต่ทว่าเพียงชีวิตนี้แต่เพียงชาติเดียว เราก็ประสบกับความชั่วขนาดนี้ ถ้าต้องเกิดต่อไปอีกเจ็ดครั้งมันไม่ยิ่งไปกว่านี้หรือนี่ นี่ชีวิตเดียวเท่านี้คงทนไม่ไหว ในขณะนั้นจึงตั้งใจลาพระโพธิญาณต่อไปอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ตัดสินใจเด็ดขาด ถึงแม้ว่าองค์สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถจะเปล่งฉัพพรรณรังสีรัศมีหกประการมาปรากฏเฉพาะ ยับยั้งเพียงใดก็ตามท่านก็ไม่ยอม เพราะว่าเพียงชีวิตนี้ชีวิตเดียวยังทนไม่ไหว ถ้าพระเน่าอย่างนี้ชาตินี้ชาติเดียวไม่เป็นไร ชาติหน้าถ้าไปพบพระเน่าอย่างนี้เข้าอีก ดีไม่ดีจะกลายเป็นสัตว์นรกไป เพราะท่านมีปรารถนาพระโพธิญาณไม่มีโอกาสเป็นพระอริยเจ้า ยังฆ่าคนได้ ยังทำอันตรายชีวิตเขาได้ ถ้าบังเอิญนิสัยเก่ามันกลับมาเมื่อไร ก็หมายถึงเมื่อนั้นแหละ จะต้องเข้าคุกเข้าตะรางกัน เวลาตายก็จะลงอเวจีมหานรก ขอลาไม่อยู่ต่อ

ในเมื่อตั้งใจจริงๆ องค์สมเด็จพระบรมครูก็ไม่ขัด จึงได้มีพระพุทธดำรัสตรัสว่า สัมพเกสี เธอปรารถนาพระโพธิญาณมา ฉะนั้น เมื่อลาก็ต้องทำกิจส่วนตัวของเธอให้จบ ถ้ากิจนั้นจบเมื่อไรแล้ว จงทำกิจพระโพธิญาณต่อไปอีก ๑๒ ปี ภายใน ๑๒ ปีนี้จะตายไม่ได้ ก็ได้แต่แปลกใจ มีแต่เขาให้ตาย นี่ห้ามตาย ก็คิดว่ามันจะเป็นได้ก็ช่างเถอะ ระยะ ๑๒ ปี ดีกว่า ๗ ชาติ เพราะหนึ่งชาตินี้มันหลายสิบปีหลายร้อยปี ถ้าเกิดต้นกัปก็เกิดมีอายุเป็นหมื่นๆปี ก็แย่ ก็รับคำ เมื่อรับคำแล้ว ก็มีพระพุทธบัญชาว่า นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป กลางวันเธอจะมีกิจอะไรก็ตามที กลางคืนมักจะมีแขกคุยดึกๆ เธอจงละกิจนั้นเสีย เมื่อถึงเวลาสี่ทุ่ม จงเลิกการติดต่อกับแขก เข้าทำกิจส่วนตัวให้เคร่งครัด.........

(คัดลอกจากหนังสือ พระราชพรหมยาน)
User is offlineProfile CardPM
Go to the top of the page
+Quote Post

Reply to this topicTopic OptionsStart new topic
1 คนกำลังอ่านกระทู้นี้ (1 บุคคลทั่วไปและ 0 ไม่แสดงตัว)
0 สมาชิก:
 

Lo-Fi Version เวลาขณะนี้: 13th November 2019 - 01:43 PM