กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
กระแสธรรม / วิธีเลิกบุหรี่ให้เห็นผล
« กระทู้ล่าสุด โดย Chicaa เมื่อ เมษายน 23, 2019, 04:09:38 PM »
เราทุกคนต่างรู้กันดีว่า โทษของการสูบบุหรี่ ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราอย่างไร หากแต่ยังคงมีนักสูบหน้าใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่า ไม่รักชีวิตของตนเอง  บางคนมีเหตุผลในการสูบบุหรี่เพียงเพราะความเท่ จนในที่สุดก็ติดเป็นนิสัย ขณะที่บางคนอยากเลิกแต่ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร บางคนลองเลิกดูแล้วแต่ก็ทำไม่ได้

เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค. นี้ จึงขอนำเสนอความรู้ดีๆ ในการเลิกบุหรี่จาก ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ เพื่อช่วยให้คนที่สูบบุหรี่อยู่เข้าใจสถานการณ์การติดของตัวเองอย่างง่ายๆ รวมถึงคนที่มีคนรัก หรือคนในครอบครัวซึ่งตกเป็นทาสของบุหรี่อยู่ ก็สามารถทำความเข้าใจและนำคำแนะนำนี้ไปปรับใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการเลิกบุหรี่

ษักรินทร์ เมืองมูล ผู้ให้คำปรึกษาด้านการเลิกบุหรี่ ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ เล่าว่า ผู้สูบบุหรี่แต่ละคนเลิกบุหรี่ด้วยเหตุผลที่ต่างกัน เป็นเหตุผลเฉพาะตน การรู้ว่าตนเองต้องการอะไรจากการเลิกบุหรี่จะช่วยให้เกิดความมุ่งมั่นในการเลิกบุหรี่เพิ่มขึ้น

ซึ่งการติดบุหรี่เกิดจากปัจจัยอยู่ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านนิสัยพฤติกรรม คือการสูบบุหรี่ร่วมกับการกระทำบางอย่าง เช่น สูบหลังกินข้าว กินเหล้าแล้วสูบ เป็นต้น ด้านความคิดและอารมณ์ คือ สูบบุหรี่เมื่อมีความคิดหรืออารมณ์บางอย่าง เช่น อารมณ์กังวล เบื่อ โดยทั้ง 2 ด้านนี้รวมเป็นความเคยชินในชีวิตประจำวันของแต่ละคน ด้านร่างกายหรือการติดนิโคติน ซึ่งเป็นสารเคมีที่มีส่วนประกอบในบุหรี่

1. ปรับพฤติกรรม เนื่องจากคนส่วนใหญ่ที่พยายามเลิกบุหรี่ด้วยการสูบให้น้อยลงนั้น ในที่สุดจะกลับไปสูบมากขึ้นอย่างเดิม หรือสูบมากกว่าเดิมเสียอีก

โดยในระยะแรกๆ ที่เลิกสูบ มักจะเกิดอาการอยากบุหรี่อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งถือเป็นอาการที่ไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใด เพราะเป็นการเสพติดมาจากพฤติกรรมการสูบเดิม ดังนั้นหากมีอาการอยากสูบบุหรี่ล่ะก็ แนะนำให้หาหมากฝรั่ง ลูกอม หรือดมยาดม เพื่อให้ติดเป็นนิสัยใหม่แทนการสูบบุหรี่ ใช้ หมากฝรั่งนิโคตินมาเคี้ยวจะดีมาก

2.หลีกเลี่ยงสถานที่หรือช่วงระยะเวลาที่เคยสูบบุหรี่อยู่เป็นประจำ เพราะความเคยชินเหล่านั้น อาจจะเป็นสาเหตุทำให้หวนกลับไปสูบบุหรี่อีกครั้ง ลองหาสถานที่ใหม่ ๆ หรือเดินออกกำลังกายเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ช่วยได้มากไม่น้อย

3.การดื่มน้ำก็เป็นตัวช่วยที่ดี เช่นกัน คนที่เลิกบุหรี่ควรดื่มน้ำไม่ต่ำกว่าวันละ 10 แก้วหรือปริมาณ 2 ลิตรต่อวัน เพราะน้ำจะเป็นตัวช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายและจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วยิ่งขึ้น

4.การเลือกรับประทานอาหาร ผู้ที่เลิกบุหรี่ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภท เผ็ด เค็ม มัน หวาน เพราะอาหารประเภทเหล่านี้ก็เป็นตัวกระตุ้นให้ผู้สูบอยากสูบบุหรี่เช่นกัน ในช่วงที่เลิกบุหรี่ควรรับประทานผักผลไม้ โดยเฉพาะผลไม้รสเปรี้ยว ที่เป็นตัวช่วยที่ดีในการลดอาการอยากสูบบุหรี่ ผลไม้ควรเป็นผลไม้สดเท่านั้น

5.การนำมะนาวมาเป็นตัวช่วย แนะนำให้หันมะนาวทั้งเปลือกเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่กล่องพกติดตัวไว้ เมื่อมีความรู้สึกอยากสูบบุหรี่ขึ้นมาก็หยิบมะนาวขึ้นมาอมและขณะเวลาอมควรอมช้าๆ และเคี้ยวเปลือกมะนาวแล้วกลืน การทำเช่นนี้จะช่วยได้เพราะรสขมของผิวมะนาวจะช่วยทำให้รู้สึกขมปากขมคอ จนไม่อยากสูบบุหรี่

6.การออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายทุกวัน วันละอย่างน้อย 30 นาที เพราะยิ่งออกกำลังกายมากเท่าไหร่ ปอดก็จะยิ่งแข็งแรง นอกจากนี้การออกกำลังกายยังช่วยให้ร่างกายขับพิษออกมากับเหงื่อได้อีกด้วย

7.การย้ำเตือนตนเอง หากคิดที่จะสูบบุหรี่ขึ้นเมื่อไหร่ ก็ขอให้ย้ำกับตนเองอยู่เสมอว่า ที่เลิกนั้นเพื่ออะไร และให้ทำตามเป้าหมายการเลิกบุหรี่ของตนเองตามที่ตั้งใจไว้ให้ดีที่สุด

สุดท้ายผู้ให้คำปรึกษาด้านการเลิกบุหรี่ ย้ำว่า การเลิกบุหรี่ต้องอาศัยกำลังใจ ความเข้มแข็ง และตั้งใจจริง เพราะบุหรี่ติดง่าย เลิกยาก แต่ไม่มีใครทำไม่ได้เพราะทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ใจ การที่เรามีความคิดที่จะเลิกบุหรี่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และถ้าคุณเป็นผู้หนึ่งที่คิดจะเลิกบุหรี่ ลองปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้นนี้ดู แล้วคุณจะรู้ว่า 'จิตใจ' ที่เข้มแข็ง เมื่อรวมกับ 'วินัย' ที่ดี ได้แล้ว
2
ธรรมปฏิบัติ / วิธีเลิกกาแฟ สำหรับคนติดกาแฟ เลิกยาก
« กระทู้ล่าสุด โดย Chicaa เมื่อ เมษายน 23, 2019, 04:09:27 PM »
กาแฟเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่หลายคนติดกันงอมแงม กาแฟส่งผลเสียต่อร่างกายหลายอย่าง ทำให้กระดูกพรุน กระตุ้นระดับความดันโลหิตให้สูงขึ้น ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว สำหรับผู้ที่อยากเลิกกาแฟ แต่ทำไม่ได้สักที เรามีวิธีการเลิกกาแฟง่าย ๆ มาฝากกัน

1.ลดปริมาณการดื่มลงทีละน้อย

คนที่ติดกาแฟ อาจดื่มกาแฟมากถึงวันละ 3 – 4 แก้ว  ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ การเลิกกาแฟในทันที อาจทำให้ร่างกายต่อต้าน จนทำให้รู้สึกไม่สดชื่น ไม่มีสมาธิ ซึมเศร้า ดังนั้นให้ค่อย ๆ ลดปริมาณการดื่มลงทีละน้อยจนร่างกายเคยชิน จะทำให้เลิกดื่มกาแฟได้ง่ายขึ้น 

2.ลองทานยาแก้ปวด

การทานยาแก้ปวดไม่ได้ช่วยทำให้เลิกกาแฟได้ แต่การทานยาแก้ปวด จะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวจากการเลิกกาแฟ การเลิกกาแฟทันที จะทำให้เกิดอาการปวดหัว จนต้องหากาแฟมาดื่มทันที นี้จึงเป็นเหตุผลว่าเลิกกาแฟไม่ได้สักที

3.ดื่มเครื่องดื่มชนิดอื่นแทน

กลิ่นของกาแฟเป็นตัวการหลักที่ทำให้เราติดกาแฟ หากอยากเลิกกาแฟ ลองเปลี่ยนมาดื่มกาแฟที่ไม่มีคาเฟอีน โดยกาแฟชนิดนี้ก็มีกลิ่นคล้ายกับกาแฟปกติ เพียงแต่ไม่มีคาเฟอีนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ในช่วงแรกอาจดื่มคู่กับกาแฟปกติไปก่อน แล้วค่อยลดการดื่มกาแฟปกติให้น้อยลงตามสัดส่วน ถ้าหากอยากเลิกดื่มกาแฟให้เร็วขึ้น ลองดื่มน้ำอุ่นหรือดื่มชาไปเลยจะดีที่สุด

4.ทานอาหารที่มีประโยชน์

การทานอาหารที่มีประโยชน์ในช่วงที่เลิกกาแฟ จะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินและแร่ธาตุอย่างเพียงพอ เพื่อช่วยลดอาการอ่อนเพลีย จากการเลิกกาแฟ หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีไขมันสูง เพราะจะยิ่งทำให้ง่วงและเพลียมากกว่าเดิม จนต้องหันกลับมาดื่มกาแฟเหมือนเดิม

5.งดแอลกอฮอล์

การดื่มแอลกอฮอล์จะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทุกครั้งที่ดื่มแอลกอฮอล์ จะทำให้ตื่นมาตอนเช้าแล้วรู้สึกอยากดื่มกาแฟมากขึ้น หากอยากเลิกดื่มกาแฟให้ได้ ลองงดการดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเลิกกาแฟดู

6.ทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย

การเลิกกาแฟอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น สมองตื้อ คิดอะไรไม่ค่อยออก ไม่มีสมาธิ จนส่งผลทำให้เกิดความเครียดได้ ลองทำกิจกรรมที่ผ่อนคลายร่างกายและสมองอย่างเช่น การฝึกโยคะ การนวด การดูหนังที่ชอบเป็นต้น

7.ทานอาหารมื้อเช้า

หลายคนมักจะดื่มกาแฟถ้วยเดียวเป็นอาหารเช้า การดื่มกาแฟไม่ถือว่าเป็นมื้อเช้า หากอยากเลิกดื่มกาแฟให้รับประทานอาหารเช้าให้อิ่ม จะทำให้ร่างกายลดความอยากกาแฟลง เพราะว่าได้รับสารอาหารเพียงพอแล้ว

หลายคนพยายามเลิกกาแฟแต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ ลองนำวิธีการเหล่านี้ไปใช้ โดยการพยายามลดปริมาณการดื่มกาแฟลงทีละน้อย หากยังไม่สามารถเลิกกาแฟได้อย่างจริงจัง ลองเปลี่ยนไปดื่มกาแฟที่ไม่มีคาเฟอีนไปก่อน แล้วจึงค่อยลดปริมาณการดื่มกาแฟลง จะทำให้เลิกกาแฟได้ง่ายขึ้น
3
กระแสธรรม / Re: คนไม่สนใจธรรม ธรรมก็ไม่เข้าถึงใจคน
« กระทู้ล่าสุด โดย Thanaratt เมื่อ เมษายน 23, 2019, 10:10:48 AM »
สาธุ
4
สารพัดสารพัน / Re: “ผักมีประโยชน์อย่างไร”
« กระทู้ล่าสุด โดย Thanaratt เมื่อ เมษายน 23, 2019, 10:10:17 AM »
ข้อมูลแน่นดีครับ
5
เล่าสู่กันฟัง / Re: พุทธพยากรณ์อนาคตของวัดท่าซุง
« กระทู้ล่าสุด โดย Kainova เมื่อ เมษายน 22, 2019, 12:30:23 PM »
ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจะหาได้จากที่ไหนบ้างครับรบกวนแนะนำหน่อยครับ
6
นับวันอากาศยิ่งร้อนขึ้นเรื่อย ๆ แม้แต่คนยังทนไม่ค่อยจะได้ แล้วนับประสาอะไรกับสุนัขและแมวที่มีขนเต็มตัว คงรู้สึกไม่สบายตัวแน่ ๆ จะเปิดแอร์เลี้ยงสุนัขและแมวทั้งวัน ก็คงจ่ายค่าไฟไม่ไหว วันนี้กระปุกดอทคอมเลยรวบรวมวิธีคลายร้อนสำหรับสุนัขและแมวมาฝาก วิธีคลายร้อนสำหรับสุนัขและแมวง่าย ๆ ไม่ต้องพึ่งแอร์ แต่ก็ช่วยดับร้อนได้เยี่ยมเลยล่ะ
1. หมั่นเติมน้ำดื่ม หรือก้อนน้ำแข็ง

          วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะช่วยบรรเทาความร้อน คือหมั่นเติมน้ำดื่มให้สุนัขของคุณอยู่เรื่อย ๆ เพราะอากาศร้อนแบบนี้แน่นอนว่าน้องหมาจะต้องหิวน้ำเป็นพิเศษ ลองใช้น้ำเย็น หรือใส่ก้อนน้ำแข็งลงไปด้วย น้องหมาบางตัวก็ชอบเลียน้ำแข็งให้คลายร้อนด้วยนะ

 2. เปิดพัดลม

          เพิ่มความเย็นสบายให้สุนัขของคุณ ด้วยการเปิดพัดลม ยิ่งโดยเฉพาะสุนัขที่มีขนเยอะ มักจะร้อนมากเป็นพิเศษ ถ้าได้พัดลมเป่าให้ขนปลิวดูบ้าง น้องหมาคงจะอารมณ์ดีมากขึ้น

3. ผ้าเย็นแขวนพัดลม

          ถ้ากลัวว่าสุนัขของคุณจะเย็นไม่พอ ลองใช้ผ้าเย็นที่แช่ตู้เย็นจนเย็นเฉียบ นำไปแขวนไว้กับพัดลมแล้วปล่อยพัดลมช่วยเป่าไอเย็นให้ไปสัมผัสสุนัขของคุณ เพิ่มความสดชื่นได้อีกนิด

4. เจลเย็น หรือผ้าห่อน้ำแข็ง

          ลองใช้คูลเจลสำหรับลดไข้ แช่ตู้เย็นให้เย็นจัด แล้วห่อด้วยผ้าขนหนูนุ่ม ๆ เอามาวางให้น้องหมาของคุณกอดรัดฟัดเหวี่ยง หรือจะวางรอง ให้นอนเกลือกกลิ้งอยู่บนความเย็นเลยก็ได้ ถ้าไม่มีเจลเย็นให้ลองใช้น้ำแข็งห่อผ้าขนหนูแทน

5. เบาะนอนเก็บความเย็น

          ลองหาซื้อเบาะเจลสำหรับรองนอน แล้วนำไปแช่ตู้เย็น จากนั้นเอามารองนอนให้กับน้องหมาของคุณ ถ้าหมดเย็นแล้วให้นำเอาไปแช่ตู้เย็นได้เรื่อย ๆ

6. กะละมังอาบน้ำ

          วิธีการนี้อาจจะเปียกเลอะเทอะหน่อย แต่ก็ได้ผลดีอยู่เหมือนกันนะ แค่รองน้ำใส่กะละมังอาบน้ำ หรืออ่างอาบน้ำของน้องหมา พอถึงเวลาที่น้องหมาของคุณร้อนจนทนไม่ไหวละก็ มันจะลงไปแช่น้ำเองตามธรรมชาติ แต่พอมันขึ้นจากน้ำแล้ว คงต้องตามเช็ดบ้านกันสักนิด

7. เช็ดตัวด้วยผ้าเย็น

          ถ้ามีเวลาว่าง หมั่นเช็ดตัวให้สุนัขของคุณด้วยผ้าเย็น หรือผ้าชุบน้ำแข็งก็ได้ ค่อย ๆ เช็ดตามซอกหลืบที่ทำให้น้องหมาของคุณกระวนกระวายใจ โดยเฉพาะที่ท้อง จะทำให้อุณหภูมิในร่างกายของน้องหมาเย็นลง และสบายตัวขึ้น
7
สารพัดสารพัน / Re: กล้องติดรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี?
« กระทู้ล่าสุด โดย pintonaja เมื่อ เมษายน 10, 2019, 05:42:57 PM »
กล้องมีหลายราคายี้ห้อไหนก็ใช้ได้ดีมันขึ้นอยู่กับราคา
8
สารพัดสารพัน / Re: แก้วมังกรกับคุณประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย
« กระทู้ล่าสุด โดย pintonaja เมื่อ เมษายน 10, 2019, 05:42:09 PM »
อร่อยนะเนี้ยมันจะนิ่มๆหน่อยกินตอนออกมาจากตู้เย็นนี้สุดยอด
9
กระแสธรรม / Re: คำสอนจากท่านปู่พระยายมราช
« กระทู้ล่าสุด โดย Chivato เมื่อ มีนาคม 29, 2019, 11:16:11 AM »
สาธุเป็นคำสอนที่ดีมากเลยครับ
10
ธรรมปฏิบัติ / แนะนำเทคนิค การเลือกซื้อกล้อง
« กระทู้ล่าสุด โดย Chivato เมื่อ มีนาคม 29, 2019, 11:14:40 AM »
เวลามีคนถามผมว่าจะซื้อกล้องรุ่นไหนดี ผมก็จะถามเค้าว่าจะเอากล้องไปใช้งานประมาณไหน ต้องการขนาดใหญ่หรือเล็ก ซึ่งอาจจะซื้อเป็นกล้อง Mirrorless หรือ DSLR ก็ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วผมจะแนะนำดังนี้ครับ

1.แนะนำเป็นกล้อง Auto focus ที่มี Raw file ความละเอียดประมาณ 10 กว่า-20 ล้านพิกเซล Raw file จะช่วยให้สามารถถ่ายภาพได้สะดวกรวดเร็ว สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดรวมทั้งสร้างสรรค์ภาพถ่าย และนำไฟล์ภาพไปใช้งานได้อย่างหลากหลาย

2.ต้องมีช่องมองภาพ (Viewfinder) หรือมีให้ซื้อเพิ่มเป็นอุปกรณ์เสริม ช่องมองภาพจะช่วยให้จัดองค์ประกอบ และจับจังหวะของภาพได้ดีเมื่ออยู่กลางแสงจ้า

3.ขนาดจอ LCD ไม่ควรต่ำกว่า 3 นิ้ว หรือ 3.2 นิ้วยิ่งดี และมีความละเอียดของจอไม่ต่ำกว่า 9 แสนพิกเซล เพื่อจะได้เช็คความคมชัดของภาพถ่ายได้อย่างมั่นใจ

4.เมื่อมี Auto ISO ควรมี Minimum shutter speed ให้เลือกแบบ Auto เพื่อความเร็วชัตเตอร์ขั้นต่ำจะได้สัมพันธ์กับทางยาวโฟกัสโดยอัตโนมัติ ภาพถ่ายจะได้ออกมาคมชัดในทุกสภาพแสง

5.เป็นกล้องที่เซ็นเซอร์รับภาพให้ไฟล์ภาพที่มีคุณภาพดี มี Noise ในปริมาณต่ำ (ขนาดเซ็นเซอร์ไม่ควรเล็กกว่ากล้องดิจิทัลแบบ Full frame มากนัก) สามารถถ่ายทางช้างเผือก หรือ Star trail ได้ และกล้องต้องมีโหมดถ่ายภาพ A(Av), S(Tv) และ Manual exposue หรือ Bulb mode ให้เลือกใช้ และควรสามารถโฟกัสได้ดีพอสมควรในสภาพแสงน้อย

6.สามารถตั้งเวลาถ่ายแบบ 2 วินาทีได้ ควรจะถ่าย VDO ได้ด้วย และสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 2-3 ภาพ/วินาที เมื่อถ่ายด้วย Raw file ถ้าให้จำนวนภาพถ่ายต่อเนื่องได้ถึง 10 ภาพก็จะดี

7.หากเป็นกล้องเปลี่ยนเลนส์ไม่ได้ ควรมีทางยาวโฟกัสอย่างน้อย 28-112mm (เมื่อเทียบกับกล้องดิจิทัลแบบ Full frame) หากเปลี่ยนเลนส์ได้ควรมีเลนส์ซูมช่วง 28-200mm, 28-300mm ให้เลือกซื้อ หรือ 18-135mm, 18-200mm (สำหรับกล้องเซ็นเซอร์ขนาด APS-C) ทั้งกล้องแบบเปลี่ยนเลนส์ได้และไม่ได้นี้ ต้องมีระบบป้องกันภาพสั่นไหวให้ด้วยนะครับ นอกจากนี้ถ้ามีเลนส์ซูปเปอร์ไวด์ซูมให้เลือกซื้อเพิ่มก็จะยิ่งดี

8.ขนาดและน้ำหนักไม่ใหญ่หรือหนักจนเกินไป สามารถใช้งานกลางสายฝน (ตอนถ่ายน้ำตก, Seascapes) หรือทนต่อสภาพอุณหภูมิต่ำกลางหิมะได้บ้าง ถ้ามี Flash ในตัวด้วยจะดีมาก
หน้า: [1] 2 3 ... 10